2007/Mar/17

Canon in D

วันนี้ว่างๆ วันหยุดจากงาน เลยขอนำเสนอเรื่องราวของเพลง Canon แบบคร่าวๆก็แล้วกัน

ซึ่งต้นตำรับของ Canon in D ก็คือเพลงของ Pachabelle (พะคาเบล)นั้นเอง
ซึ่งประพันธ์ไว้ในส่วนของเชลโล่นั้นมีโน้ตแค่ 8 ตัว เล่นวนไปเรื่อยๆ 54 รอบ ในขณะที่เครื่องสายชนิดอื่นเช่น ไวโอลิน และ วิโอล่า ได้เล่นโน้ตเพราะๆ แต่เชลโล่ต้องเล่นโน้ตเดิมตลอดทั้งเพลงโดยเพลงนี้มีอยู่เพียง 8 Chordเท่านั้น แต่คนส่วนมากชอบ melody ในเพลง

เลยทำให้กลายเป็นเพลงในตำนาน รวมไปถึงเพลงไทยเองก็ได้มีการนำ Canon inD ไปใส่ในบางท่อนด้วยเช่น Pass the love forward ของพี่ Boyd หรือจะเป็นเพลง รักแท้ดูแลไม่ได้ของ Potato

หรือในต่างประัเทศ ก็มีหลากหลาย version ทั้ง Jerry C (Canon Rock In D) หรือแม้แต่ Yngwie ก็ยังเอามาเล่นเลย

ตัวอย่าง Canon in D ใน ver. ที่น่าสนใจ

อันนี้เป็นของ Jerry Cซึ่งเป็นชาวไต้หวัน (น่าจะเป็นต้นตำรับ Canon Rock)

>

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

อันนี้ก็เจ๋งดี มันส์ดี แต่ไม่รู้จักว่าเป็นใคร

 

 

 

strong>

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

Trace Bundy เป็นการเล่นแบบ tapping + hammering + harminics ซึ่งก็Classic ไปอีกแบบ

font color="#ff0000">++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ป.ล. ขอขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก Guopai

edit @ 30 Mar 2008 21:01:33 by --M-e-m-e-n-t-O-6-9--

2007/Mar/03



วันก่อนได้มีโอกาสคุยกับ ไป๋ (เพื่อนร่วมงานใหม่ผมเอง) โดยมีประเด็นที่ทำให้ผมคิดว่าระบบการศึกษาไทย ไม่สามารถจะพัฒนาไปได้มาก เพราะอะไร และหนึ่งที่เป็นปัญหานั้น ก็คือ เรีื่องการเรียนพิเศษ ซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็นค่านิยมของผู้ปกครองและเด็กนักเรียนไปแล้ว ผมไม่ปฏิเสธเลยว่า สมัยที่ผมเรียนตอนมัธยมนั้น ผมก็เรียนพิเศษเหมือนกัน เรียนทุกวันหลังเลิกเรียน รวมไปถึง เสาร์-อาทิตย์ด้วย ซึ่งเพื่อนๆผมก็เรียนกันเกือบทุกคน จึงกลายเป็นเรื่องปกติซะอย่างงั้น
ผมไม่เคยที่จะมองเรื่องนี้อย่างจริงจังเลย

จนกระทั่งเมื่อผมลองมานั่งคิดๆทบทวนดูว่า ผลเสียจากการเรียนพิเศษนั้นมันร้ายแรงอย่างไรบ้าง ผมขอเริ่มจากคำถามง่ายๆก่อนเลยว่า นอกจากเรียนในห้องเรียนแล้ว ทำไมจึงต้องไปเรียนพิเศษ(ซ้ำซ้อน)อีก ในเมื่อมันก็เป็นเนื้อหาที่ได้เรียนจากในห้องเรียนทั้งนั้น แต่ผมก็เข้าใจว่า
ครูหรืออาจารย์บางท่านก็ได้ทำลายการเรียนรู้ของเด็ก โดยการสอนในห้องแบบกั๊กๆ แล้วก็ไปเน้นที่สอนพิเศษ เพื่อสร้างรายได้เสริม ให้กับตัวเอง (ซึ่งรายได้ตรงนี้มากกว่ารายได้ที่ไปสอนที่โรงเรียนเสียอีก)
ผมจึงมองว่าถ้าจะปฏิรูปการศึกษาใหม่ก็ควรที่จะเริ่มจากครูก่อนที่จะไปถึงตัวเด็ก




ทีนี้ผมก็จะชี้ให้เห็นว่าแล้วมันเกิดผลกระทบอะไรกับเด็กที่ไปเรียนพิเศษบ้าง มันก็จริงอยู่ที่การไปเรียนพิเศษนั้น จะทำให้เด็กได้รู้ถึงวิชานั้นๆดียิ่งขึ้น แต่ผมมองว่าการเรียนในห้องเรียนกับการเรียนพิเศษนั้น มันมีรูปแบบที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง การเรียนพิเศษนั้นได้แฝงการสอนแบบผิดๆลงไป คือสอนแบบเน้นการป้อนความรู้(หรือจะเรียกว่า ยัดเยียด ก็ดูจะไม่ผิดแต่่อย่างใด) ซึ่งแทบจะไม่มีการปฏิสัมพันธ์ระหว่างเด็กกับผู้สอนสักเท่าไหร่

และผลจาการเรียนพิเศษนั้น มันแทบจะไม่เปิดโอกาสให้เด็กได้เรียนรู้หรือไปศึกษาเพิ่่มเติมเองเลย เพราะว่าเวลาที่จะเอาไปศึกษาเพิ่มเติมนั้นได้หมดไปกับการเรียนพิเศษหมดแล้ว และนี้เอง คือปัญหาของเด็กไทยส่วนใหญ่ คือ เรียนแบบท่องจำ เรียนแบบใครสอนอะไรมา ก็จำแบบนั้น เข้าใจแบบนั้น ไม่ได้สอนให้เด็กได้คิดอะไรเอง ไม่ได้สอนให้คิดว่าทำไมมันถึงเป็นแบบนั้น เป็นแบบนั้นได้อย่างไร มันสามารถเป็นอย่างอื่นได้หรือเปล่า

อีกจุดหนึ่งที่ผมมองว่าผลกระทบจากการเรียนพิเศษนั้น ส่งผลเกี่ยวกับการใช้เวลาว่างของเด็ก เพราะแทนที่หลังเลิกเรียนหรือวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ เด็กจะได้มีเวลาว่างที่จะไปสนใจศึกษา หรือไปทำกิจกรรมอะไรที่เด็กสนใจ ก็ต้องกลับไปเรียนพิเศษ ซึ่งเมื่อมองตรงจุดนี้ดีๆ มันเป็นช่วงที่เด็กน่าจะได้ทำอะไรที่มันสร้างสรรค์ เช่น เล่นดนตรี อ่านนิยาย หรือ ศึกษาความรู้ในเรื่องอื่นๆ ที่ไม่ได้อยู่ในหลักสูตรการเรียนการสอนของโรงเรียน

จากสิ่งที่ผมได้เขียนมาข้างต้น อาจจะมีคนไม่เห็นด้วย เพราะอาจจะกลัวว่าถ้าไม่ให้เด็กไปเรียนพิเศษแล้ว กลัวว่าเด็กอาจจะไปทำอะไรที่มันไม่ดี เช่นติดยา แต่ผมกลับมองว่า การไม่เรียนพิเศษมันไม่ใช่ต้นเหตุที่ทำให้เด็กเป็นอย่างนั้น แต่มันอยู่ที่การดูแลเอาใจใส่ของครอบครัวต่างหาก ซึ่งถ้าทางครอบครัวพ่อแม่เอาใจใส่และสนับสนุนในสิ่งที่เด็กชอบ ไม่ปิดกั้นความคิดของเด็ก ผมเชื่อว่าปัญหาเหล่านี้มันจะไม่เกิดเลย

สุดท้ายนี้สิ่งที่ผมได้เรียนรู้ (เป็นความคิดส่วนตัว) จากเรื่องนี้ก็คือ สิ่งที่จะทำให้คนประสบผลสำเร็จในชีวิต ไม่ใช่ว่า เพราะคุณสอบได้ที่ 1 ตอนม.ต้น หรือสอบได้ 4.00 แต่มันอยู่ที่การเรียนรู้นอกห้องเรียนมากกว่า......

2007/Feb/19

วันนี้เอา Clip Video ที่ทำออกมาเนื่องในวันวาเลนไทน์ มีอะไรบ้าง ลองไปดูได้เลยนะครับ

1. ซื้อถุงยาง จะอายทำไม

อันนี้ลองดูกันนะครับ ฮาดี....


2. สาวๆ พกถุงยาง

อันนี้บางคนอาจจะไม่เห็นด้วย....


3. ถุงยางแตก !!!

อันมีประโยชน์มาก จำไว้ๆๆ

ใครสนใจเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ http://thaiyousex.com/