2007/Mar/03



วันก่อนได้มีโอกาสคุยกับ ไป๋ (เพื่อนร่วมงานใหม่ผมเอง) โดยมีประเด็นที่ทำให้ผมคิดว่าระบบการศึกษาไทย ไม่สามารถจะพัฒนาไปได้มาก เพราะอะไร และหนึ่งที่เป็นปัญหานั้น ก็คือ เรีื่องการเรียนพิเศษ ซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็นค่านิยมของผู้ปกครองและเด็กนักเรียนไปแล้ว ผมไม่ปฏิเสธเลยว่า สมัยที่ผมเรียนตอนมัธยมนั้น ผมก็เรียนพิเศษเหมือนกัน เรียนทุกวันหลังเลิกเรียน รวมไปถึง เสาร์-อาทิตย์ด้วย ซึ่งเพื่อนๆผมก็เรียนกันเกือบทุกคน จึงกลายเป็นเรื่องปกติซะอย่างงั้น
ผมไม่เคยที่จะมองเรื่องนี้อย่างจริงจังเลย

จนกระทั่งเมื่อผมลองมานั่งคิดๆทบทวนดูว่า ผลเสียจากการเรียนพิเศษนั้นมันร้ายแรงอย่างไรบ้าง ผมขอเริ่มจากคำถามง่ายๆก่อนเลยว่า นอกจากเรียนในห้องเรียนแล้ว ทำไมจึงต้องไปเรียนพิเศษ(ซ้ำซ้อน)อีก ในเมื่อมันก็เป็นเนื้อหาที่ได้เรียนจากในห้องเรียนทั้งนั้น แต่ผมก็เข้าใจว่า
ครูหรืออาจารย์บางท่านก็ได้ทำลายการเรียนรู้ของเด็ก โดยการสอนในห้องแบบกั๊กๆ แล้วก็ไปเน้นที่สอนพิเศษ เพื่อสร้างรายได้เสริม ให้กับตัวเอง (ซึ่งรายได้ตรงนี้มากกว่ารายได้ที่ไปสอนที่โรงเรียนเสียอีก)
ผมจึงมองว่าถ้าจะปฏิรูปการศึกษาใหม่ก็ควรที่จะเริ่มจากครูก่อนที่จะไปถึงตัวเด็ก




ทีนี้ผมก็จะชี้ให้เห็นว่าแล้วมันเกิดผลกระทบอะไรกับเด็กที่ไปเรียนพิเศษบ้าง มันก็จริงอยู่ที่การไปเรียนพิเศษนั้น จะทำให้เด็กได้รู้ถึงวิชานั้นๆดียิ่งขึ้น แต่ผมมองว่าการเรียนในห้องเรียนกับการเรียนพิเศษนั้น มันมีรูปแบบที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง การเรียนพิเศษนั้นได้แฝงการสอนแบบผิดๆลงไป คือสอนแบบเน้นการป้อนความรู้(หรือจะเรียกว่า ยัดเยียด ก็ดูจะไม่ผิดแต่่อย่างใด) ซึ่งแทบจะไม่มีการปฏิสัมพันธ์ระหว่างเด็กกับผู้สอนสักเท่าไหร่

และผลจาการเรียนพิเศษนั้น มันแทบจะไม่เปิดโอกาสให้เด็กได้เรียนรู้หรือไปศึกษาเพิ่่มเติมเองเลย เพราะว่าเวลาที่จะเอาไปศึกษาเพิ่มเติมนั้นได้หมดไปกับการเรียนพิเศษหมดแล้ว และนี้เอง คือปัญหาของเด็กไทยส่วนใหญ่ คือ เรียนแบบท่องจำ เรียนแบบใครสอนอะไรมา ก็จำแบบนั้น เข้าใจแบบนั้น ไม่ได้สอนให้เด็กได้คิดอะไรเอง ไม่ได้สอนให้คิดว่าทำไมมันถึงเป็นแบบนั้น เป็นแบบนั้นได้อย่างไร มันสามารถเป็นอย่างอื่นได้หรือเปล่า

อีกจุดหนึ่งที่ผมมองว่าผลกระทบจากการเรียนพิเศษนั้น ส่งผลเกี่ยวกับการใช้เวลาว่างของเด็ก เพราะแทนที่หลังเลิกเรียนหรือวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ เด็กจะได้มีเวลาว่างที่จะไปสนใจศึกษา หรือไปทำกิจกรรมอะไรที่เด็กสนใจ ก็ต้องกลับไปเรียนพิเศษ ซึ่งเมื่อมองตรงจุดนี้ดีๆ มันเป็นช่วงที่เด็กน่าจะได้ทำอะไรที่มันสร้างสรรค์ เช่น เล่นดนตรี อ่านนิยาย หรือ ศึกษาความรู้ในเรื่องอื่นๆ ที่ไม่ได้อยู่ในหลักสูตรการเรียนการสอนของโรงเรียน

จากสิ่งที่ผมได้เขียนมาข้างต้น อาจจะมีคนไม่เห็นด้วย เพราะอาจจะกลัวว่าถ้าไม่ให้เด็กไปเรียนพิเศษแล้ว กลัวว่าเด็กอาจจะไปทำอะไรที่มันไม่ดี เช่นติดยา แต่ผมกลับมองว่า การไม่เรียนพิเศษมันไม่ใช่ต้นเหตุที่ทำให้เด็กเป็นอย่างนั้น แต่มันอยู่ที่การดูแลเอาใจใส่ของครอบครัวต่างหาก ซึ่งถ้าทางครอบครัวพ่อแม่เอาใจใส่และสนับสนุนในสิ่งที่เด็กชอบ ไม่ปิดกั้นความคิดของเด็ก ผมเชื่อว่าปัญหาเหล่านี้มันจะไม่เกิดเลย

สุดท้ายนี้สิ่งที่ผมได้เรียนรู้ (เป็นความคิดส่วนตัว) จากเรื่องนี้ก็คือ สิ่งที่จะทำให้คนประสบผลสำเร็จในชีวิต ไม่ใช่ว่า เพราะคุณสอบได้ที่ 1 ตอนม.ต้น หรือสอบได้ 4.00 แต่มันอยู่ที่การเรียนรู้นอกห้องเรียนมากกว่า......

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
เราว่าเรื่องเรียนมันขึ้นอยู่กับทั้งครูและนักเรียนนะคะ

อย่างร.ร.เรา ครูเค้าสอนอะไรที่มันไม่ตรงกับเอนท์น่ะค่ะ รุ่นพี่ยังบอกเลยว่าไม่ตรงจริงๆ= ="

ก็เลยทำให้เรากับเพื่อนต้องไปเรียนพิเศษ

แต่เราว่าไม่ว่าจะเรียนพิเศษหรือไม่เรียน ยังไงขยันไว้ก่อนเป็นดีที่สุด^^
#1  by  fA!NnEy At 2007-03-03 23:16, 
เพิ่งรู้นะว่าmemento มีความคิดดีกะเค้าด้วยฮิๆ ***ทางแก้ที่ดีที่สุดของการศึกษา คือ ทำยังงัยที่จะได้คนเก่งๆมาเป็นอาจารย์ในโรงเรียน สมัยก่อนคนที่จะมาเป็นอาจารย์ได้นั้นต้องสอบได้ที่หนึ่งของจังหวัดแต่ ณ ปัจจุบันคนเก่งๆ ไปไหนน้าในระบบทุนนิยม ก็ไปเป็นอะไรก็ได้ที่มีรายได้เยอะๆ ทางออกน่าจะอยู่ที่ว่า***ถ้าครูในโรงเรียนสามารถสอนได้ดี มีเทคนิคพิเศษทำให้สามารถออกไปสู้กับคนอื่นๆ ได้เพียงแค่นี้ก็แก้ได้แล้ว แต่ว่าครูเก่งๆละจะมาจากไหน เราว่าถ้าเพิ่มเงินเดือนคุณครูให้มากกว่าคุณหมอ คุณคิดดูสิ ป่านนี้ Applied Physics ของหมอประกิตเผ่าอาจจะไม่เกิดนาๆ///P'cist
#2  by   (210.86.142.193) At 2007-03-05 17:19, 
#3  by   (210.86.142.193) At 2007-03-05 19:35, 
ไม่ชอบเรียนพิเศษอ่ะ ไม่เคยเรียนด้วย
คนเรา ถ้าจะขี้เกียจ ส่งไปเรียนพิเศษกี่ที่ ก็เหมือนเดิมแหละ (นี่ตัวอย่างโดยตรง จากตัวเอง)
แต่ไอ้เรื่องครูกั๊กนี่ เห็นด้วย สอนในห้อง ไม่บอกอะไร แต่ถ้าไปเรียนพิเศษ มีบอกข้อสอบ
ปั๊บ สอบมา คะแนนก็ดี เพราะรู้ข้อสอบแล้ว
ผู้ปกครองก็ เฮ ลูกตูเรียนดี ส่งเรียนพิเศษปั๊บ เกรดขึ้นทัตา
ครูที่สอนพิเศษก็ดี๊ด๊า ได้ตัง ได้ชื่อเสียง(ว่าสอนพิเศษได้ดี)
นี่ก็อาจเป็นอีกสาเหตุ ที่เราไม่ชอบครูสอนพิเศษเอาซะเลย
ขอย้ำ ประสบการณ์ตรง
#4  by  ผ่านมาอ่าน (202.162.21.132) At 2007-03-06 10:57, 
การเรียนพิเศษ ต้องดูระดับของเด็กที่จะเรียน เด็กต่ำกว่าระดับเตรียมอุดม เราต้องช่วยเขาชี้มุมมองในการเรียน เช่นเน้นตรงไหน ตย. นะครับ เด็กระดับมัธยมต้นทำข้อสอบเรื่องตรีโกณมิติเด็กจะต้องทำข้อสอบประเภทนี้อย่างน้อย 30-50 ข้อ ถึงจะจับหลักด้วยตนเองได้ว่า จะควรจำหลักอย่างไร แน่นอนถ้าเรียนพิเศษเจอครูดี เขาจะเริ่มบอกเลยว่าควรจะจำตรงส่วนไหน เด็กแต่ละวัยก็ต้องพึ่งคุณครูไม่เท่ากัน เด้ยิ่งโตขึ้นการเรียนจะเปลี่ยนไป การเรียนพิเศษจะลดน้อยลง
เพราะเขาเริ่มมีความคิดเป็ฯของตนเอง การช่วยเหลือตนเองจะมีมากขึ้น การพึ่งพาการเรียนพิเศศาจะลดน้อยถอยลง
#5  by  สอนพิเศษ-Mr.Zhang (58.9.15.95) At 2008-01-01 11:04, 
การเรียนพิเศษ ต้องดูระดับของเด็กที่จะเรียน เด็กต่ำกว่าระดับเตรียมอุดม เราต้องช่วยเขาชี้มุมมองในการเรียน เช่นเน้นตรงไหน ตย. นะครับ เด็กระดับมัธยมต้นทำข้อสอบเรื่องตรีโกณมิติเด็กจะต้องทำข้อสอบประเภทนี้อย่างน้อย 30-50 ข้อ ถึงจะจับหลักด้วยตนเองได้ว่า จะควรจำหลักอย่างไร แน่นอนถ้าเรียนพิเศษเจอครูดี เขาจะเริ่มบอกเลยว่าควรจะจำตรงส่วนไหน เด็กแต่ละวัยก็ต้องพึ่งคุณครูไม่เท่ากัน เด้ยิ่งโตขึ้นการเรียนจะเปลี่ยนไป การเรียนพิเศษจะลดน้อยลง
เพราะเขาเริ่มมีความคิดเป็ฯของตนเอง การช่วยเหลือตนเองจะมีมากขึ้น การพึ่งพาการเรียนพิเศศาจะลดน้อยถอยลง http://www.freewebs.com/pasaerich
#6  by  สอนพิเศษ-Mr.Zhang (58.9.15.95) At 2008-01-01 11:05, 
การเรียนพิเศษ ต้องดูระดับของเด็กที่จะเรียน เด็กต่ำกว่าระดับเตรียมอุดม เราต้องช่วยเขาชี้มุมมองในการเรียน เช่นเน้นตรงไหน ตย. นะครับ เด็กระดับมัธยมต้นทำข้อสอบเรื่องตรีโกณมิติเด็กจะต้องทำข้อสอบประเภทนี้อย่างน้อย 30-50 ข้อ ถึงจะจับหลักด้วยตนเองได้ว่า จะควรจำหลักอย่างไร แน่นอนถ้าเรียนพิเศษเจอครูดี เขาจะเริ่มบอกเลยว่าควรจะจำตรงส่วนไหน เด็กแต่ละวัยก็ต้องพึ่งคุณครูไม่เท่ากัน เด็กยิ่งโตขึ้นการเรียนที่จะพึ่งพาผู้สอนจะเปลี่ยนไป การเรียนพิเศษจะลดน้อยลง เพราะเขาเริ่มมีความคิดเป็นของตนเองมากขึ้น การช่วยเหลือตนเองจะมีมากขึ้น การพึ่งพาการเรียนพิเศษจะลดน้อยถอยลง http://www.freewebs.com/pasaerich
#7  by  สอนพิเศษ-Mr.Zhang (58.9.15.95) At 2008-01-01 11:07, 
“ศูนย์ศิลปหัตถกรรมกลุ่มคิดดี” (Good ideal)
ต.บางเมือง อ.เมือง จ.สมุทรปราการ

- รับทำบ้านเรือนไทยจำลองขนาดจิ๋ว ใช้ไม้สักสร้างงานละเอียด ราคาตั้งแต่ 100 บาทขึ้นไป มีหลายขนาดด้วยกัน มีเปิดสอนฟรี ตอนนี้ได้ทุนเรียนเป็นช่างเงินช่างทองของศูนย์ศิลปาชีพระหว่างประเทศ เป็นเวลา 5 เดือน ที่จังหวัดอยุธยา เป็นวิทยากรพิเศษที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ของสำนักงานส่งเสริมวิชาชีพและได้ลงสินค้าอีคอมเมิร์ซทางเว็บไซด์ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สนใจชมสินค้าที่เว็บไซด์ www.eto.ku.ac.th ของสำนักส่งเสริมและอบรมของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และเปิดสอนทุกปิดภาคเรียนช่วงเดือนมีนา-เมษา และช่วงตุลา-พฤศจิกา
- ได้เปิดสอนคัดลายมือแบบตัวอาลักษณ์ เพื่อเป็นการฝึกสมาธิและควบคุมอารมณ์
ค่าเรียนคอร์สละ 1,800 บาท เรียนไม่จำกัดชั่วโมง
- รับทำตู้กระจกสินค้าที่ระลึก ของสำหรับตั้งโชว์ จำนวน 5 ชิ้น หรือ 10 ชิ้นขึ้นไป ราคาผู้ประกอบการ Otop *หมายเหตุ (ไม่รวมค่าขนส่งและVAT)
- รับทำตุ๊กตาไทยทำจากดินเหนียวเหมือนจริงให้เห็นถึงกล้ามเนื้อต่าง ๆ ปั้นให้เห็นสีน่าท่าทางของตุ๊กตาไทยเหมือนมีชีวิตจริง
- ได้รับการคัดสรรสุดยอดงาน Otop ซิตี้ครั้งที่ 2,3,4,5 ได้Otopระดับ 5 ดาวในระดับประเทศ
- เปิดร้านที่เสรีเซ็นเตอร์ชั้น 3 ตลาดนัดดีเดย์มาร์เกต์ รับทำลงรักปิดทององค์จตุคามรามเทพ ราคาเริ่มต้น 299 บาท รับทำป้ายผ้าและงานฉลุไม้เป็นตัวอักษรต่างๆ และรับปั้นงานลอยตัว ปั้นนูนสูง และปั้นนูนต่ำ ราคาแล้วแต่ตกลงกัน และรับสร้างบ้านเรือนไทยภาคกลาง และโมเดลบ้านสากล ได้ออกงาน Otop Life Style และงานเกษตรแฟร์ เชิญชมตัวอย่างได้ที่ www.thaitambon.com
- สนใจติดต่อได้ที่ อาจารย์สามารถ สาระถี 087-0287345 หรือคุณแอน 089-9905931
#8  by  อาจารย์สามารถ สาระถี (124.120.101.37) At 2008-01-21 17:02, 
ผมนะขอโทษนะครับที่มองต่างมุมครับ
1. ครูที่สอนอาจจะไม่ได้สอนกั๊กก้ได้ครับ เขานะสามารถสอนได้เท่านั้นจริง ๆ ก็ได้ เนื่องจากเวลาอันจำกีดจำเขี่ย นั่นคือสาเหตุทำไมนะนักเรียนต้องไปหาข้อมูลเพิ่มเติมจากข้างนอก
2. ข้อสอบที่เอามาสอบแข่งขัน คุณเคยไปดูไหมครับ มันคนละเรื่องเลยกับที่เด็กเรียนในโรงเรียนหนักไปกว่านั้นโรงเรียนแต่ละโรงเรียนมาตราฐานมันก็ต่างกัน อันนี้ก็ส่งผลให้นักเรียนได้รับวิบากกรรมจากการ
สอนของครู ถ้าจะโทษนะครับ มันต้องโทษเจ้าของโรงเรียน คุณครูนะเป็นแค่ตัวที่ถูกเจ้าของโรงเรียนเลือกมา มันก็ต้องไล่ย้อนกลับมาโทษที่ตัวกระทรวงศึกษาธิการ
3. สำคัญที่สุดครับ นักเรียนก็คือนักเรียนอะครับ ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่ามีหน้าที่เรียน เขาเหล่านั้นยังไม่ใช่นักศึกษา ฉนั้นเราต้องช่วยเขา ใครก็ได้ครับ ติวเตอร์หรือครูพิเศษหรือใครก็ได้ครับที่ช่วยบอกให้เขารู้ถึงวิธีการเรียนอย่างไรที่จะได้ประสิทธิภาพที่สุดครับ
4. ถ้าคุณไม่ให้เด็กไปเรียนพิเศษ คุณก็ต้องประมาณตัวเด็กเองแล้ว ว่าเด็กมีความรู้พอไหมที่จะไปสอบแข่งขันข้างนอกหรือเอาความรู้ของตัวเด็กเองมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันของเขา
5. ผมนะพูดไม่หมดครับ เรื่องนี้ยังมีอีกเยอะ แต่ที่สำคัญ "อย่าสอนเด็กให้ กินปลา แต่สอนเขาถึงวิธีตกปลานะครับ"
http://www.freewebs.com/pasaerich
#9  by  เรียนพิเศษ (58.9.42.245) At 2008-04-08 17:47, 
#10  by   (124.120.88.79) At 2008-11-17 13:03, 

<< Home